บทนำ
บท 1
เสียงดนตรีแจ๊สท่วงทำนองนุ่มนวลบรรเลงแผ่วเบา คลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยจอแจของผู้ลากมากดีในงานกาลาดินเนอร์การกุศลประจำปี ณ ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าส่องกระทบเครื่องเพชรระยิบระยับแสบตา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณผสมปนเปกับกลิ่นไวน์ชั้นเลิศ
สำหรับแขกเหรื่อไฮโซ นี่คือค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ ประชันบารมี และสร้างคอนเนคชั่นทางธุรกิจ แต่สำหรับ ‘ต้นหอม’ หรือ นางสาวกานติชา สุขสวัสดิ์ นี่คือสนามรบเพื่อแลกกับค่าแรงวันละ 600 บาท!
ร่างอวบอิ่มสมส่วนในชุดยูนิฟอร์มพนักงานเสิร์ฟแบบแคชชวล (Casual) ที่ทางโรงแรมจัดหามาให้ กำลังยืนหอบหายใจอยู่หลังซุ้มดอกไม้ มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมหน้าม้าที่เริ่มแตกเพราะความร้อนและความเหนื่อย
“ฮือ...รู้แบบนี้ไม่น่ากินข้าวมันไก่พิเศษก่อนมาเลยเรา เสื้อจะปริไหมเนี่ย”
ต้นหอมก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วอยากจะร้องไห้ เธอเป็นสาวอวบที่มีน้ำมีนวลตามธรรมชาติ ผิวพรรณขาวจัดอมชมพูเหมือนเด็กสมบูรณ์ แต่ชุดยูนิฟอร์มพนักงานหญิงไซส์มาตรฐานนี่สิ มันช่างรัดรึงสัดส่วนโค้งเว้าจนเกินงาม โดยเฉพาะช่วงหน้าอกหน้าใจคัพ D ที่กระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดกลางแทบจะดีดออกมาทักทายแขกเหรื่ออยู่รอมร่อ กระโปรงทรงสอบสีดำก็ผ่าข้างสูงจนเห็นขาอ่อนขาวจั๊วะทุกจังหวะการก้าวเดิน ทำเอาแขกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในงานแอบเหลียวมองกันคอแทบเคล็ด
“ต้นหอม! มัวอู้อะไรอยู่ยะ รีบยกถาดแชมเปญไปเติมที่โซน VIP เร็วเข้า ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์กำลังคุยกับแขกคนสำคัญอยู่ อย่าให้พร่องนะ!” เสียงพี่หัวหน้างานกระซิบสั่งเสียงเขียวผ่านวิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่ตรงเอว
“ค่าๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละค่า!”
หญิงสาวรับคำเสียงอ่อย ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ (ซึ่งทำให้อกยิ่งตึงเปรี๊ยะจนน่าหวาดเสียว) แล้วคว้าถาดแก้วแชมเปญคริสตัลราคาแพงระยับที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะพักของ ยกขึ้นด้วยความระมัดระวังยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง ถ้าทำแตกสักใบ ค่าแรงวันนี้คงไม่พอจ่าย แถมอาจจะต้องล้างจานใช้หนี้ไปอีกสามชาติ
ขาเรียวขาวก้าวฉับๆ ฝ่าฝูงชนไปยังโซน VIP ที่ถูกกั้นเชือกกำมะหยี่สีแดงเอาไว้ สายตาของเธอมองหาเป้าหมาย... กลุ่มชายใส่สูทภูมิฐานที่ยืนล้อมวงคุยกันอย่างเคร่งเครียดอยู่กลางห้อง
แต่ทว่า... ความซวยมักมาเยือนในเวลาที่ไม่ต้องการเสมอ
กึก!
ส้นรองเท้าคัทชูราคาถูกที่เธอซื้อมาจากตลาดนัดเกิดทรยศ พลิกตลบกลางอากาศเพราะไปสะดุดเข้ากับรอยต่อนูนของพรมหนานุ่มที่ปูไม่เรียบ
“ว้ายยยย!”
โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างอวบเสียหลักพุ่งถลาไปข้างหน้าตามแรงโน้มถ่วง ถาดแชมเปญลอยละลิ่วหลุดจากมือ แต่อนิจจา... สิ่งที่รองรับร่างนุ่มนิ่มของเธอไม่ใช่พื้นพรมแข็งๆ แต่กลับเป็นแผงอกกว้างและแผ่นหลังของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่พอดี!
โครม! เพล้ง!
เสียงแก้วแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้องบอลรูม พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สีน้ำเงินเข้มที่ล้มหงายหลังตึงลงไปนอนกับพื้น โดยมีร่างของต้นหอมทับอยู่ด้านบนเต็มๆ ในท่าที่ล่อแหลมที่สุดในสามโลก!
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงชั่วขณะ ดนตรีหยุดเล่นกะทันหัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุ
ต้นหอมรู้สึกมึนงงไปหมด จมูกของเธอจมหายไปกับอกเสื้อที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายกลิ่นแมกไม้ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ทำให้รู้สึกมึนเมาแปลกๆ ความนุ่มหยุ่นของหน้าอกหน้าใจบดเบียดเข้ากับอกแกร่งอย่างจังจนชายหนุ่มใต้ร่างส่งเสียง ‘อึก!’ ในลำคอ
แต่ที่เลวร้ายกว่านั้น... คือเข่าเจ้ากรรมของเธอดันพลาดไปกดทับเข้าที่ ‘จุดยุทธศาสตร์’ กลางลำตัวเขาเข้าอย่างจัง!
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริงๆ ค่ะ!”
ต้นหอมรีบเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าคมเข้มของชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคราตัดแต่งอย่างประณีตเสริมให้ดูดุดันและน่าเกรงขาม แว่นสายตากรอบทองที่เขาสวมอยู่เอียงกระเท่เร่จนเกือบหลุด เผยให้เห็นดวงตาสีนิลคมกริบที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวด... และโทสะ
‘ธีรดนย์’ หรือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ วัย 45 ปี กัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติจะนิ่งขรึมแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะความจุกเสียดที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกไฟช็อต
ยัยเด็กอ้วนนี่... เข่าหนักชะมัด!
แต่ท่ามกลางความเจ็บปวด สัญชาตญาณดิบของ ‘เสือจำศีล’ กลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนจากซอกคอขาวๆ ที่ลอยมาแตะจมูก กับความนุ่มนิ่มมหึมาที่กำลังบดเบียดอยู่บนอกเขา มันทำให้ ‘เจ้าน้องชาย’ ที่หลับใหลมานาน กระตุกตัวตื่นสู้เข่าเธอขึ้นมาดื้อๆ
“ลุก... ออก... ไป...” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจลอดไรฟันออกมา มือหนาที่เผลอไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ตอนล้มโดยสัญชาตญาณ รีบผลักไสไล่ส่งแต่ก็แอบบีบเนื้อนุ่มๆ ที่เอวไปทีหนึ่งอย่างมันเขี้ยว
ต้นหอมหน้าซีดเผือด เพิ่งสำเหนียกได้ว่าคนที่ตัวเองกำลังขี่อยู่คือใคร... ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์! บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในงานนี้!
เธอกุลีกุจอดีดตัวลุกขึ้นยืน แต่เพราะความรีบร้อน ขาแข้งเลยอ่อนเปลี้ยจนเซถลาเกือบจะล้มซ้ำ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแขกเหรื่อและบอดี้การ์ดที่เพิ่งตั้งสติได้วิ่งกรูเข้ามา
“ท่านครับ! เป็นอย่างไรบ้างครับ!” หัวหน้าบอดี้การ์ดรีบเข้ามาประคองเจ้านาย สีหน้าตื่นตระหนกยิ่งกว่าเจอระเบิด
ธีรดนย์สะบัดมือไล่ลูกน้อง พลางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่กว่า 185 เซนติเมตรทำให้เขาดูเหมือนยักษ์ปักหลั่นเมื่อเทียบกับต้นหอม เขาขยับแว่นตาให้เข้าที่ จัดเสื้อสูทที่เปียกชุ่มไปด้วยแชมเปญราคาแพงให้เข้าทรง พยายามรักษามาดสุขุมไว้ให้ได้มากที่สุด
สายตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นใสกวาดมองเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า... เสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาที่เปียกแนบเนื้อจนเห็นบราลูกไม้สีชมพูหวานแหวว และเนินเนื้อขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ผิวพรรณขาวจัดราวกับหยวกกล้วยที่ตัดกับชุดสีดำ... สเปกที่เขาพยายามเลี่ยงมาตลอดชีวิต แต่ตอนนี้กลับอยากจะขย้ำให้จมเขี้ยว
“ตาบอดหรือไง? เดินประสาอะไรถึงไม่ดูทาง” ธีรดนย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุก
“หนู... หนูขอโทษค่ะท่าน หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คือรองเท้ามัน...” ต้นหอมพนมมือไหว้ปะหลกๆ ตัวสั่นงันงก “ค่าเสียหาย... หนูยินดีชดใช้ให้ค่ะ”
“ชดใช้?” ธีรดนย์เลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากภายใต้ไรหนวดกระตุกยิ้มเหยียดที่ดูร้ายกาจ “รู้ไหมว่าสูทตัวนี้ตัดจากอิตาลี ราคาเท่าไหร่? ยังไม่รวมนาฬิกาที่กระแทกพื้นเมื่อกี้อีก... น้ำหน้าอย่างเธอ ทำงานทั้งชาติจะพอจ่ายเหรอ”
คำพูดดูถูกที่แทงใจดำทำให้ความกลัวของต้นหอมหายวับไปครึ่งหนึ่ง แทนที่ด้วยความฉุนกึก เธอเกลียดที่สุดคือคนรวยที่ชอบดูถูกคนจน!
ต้นหอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาทันที แววตาดื้อรั้นฉายชัดในดวงตากลมโต “หนูทราบค่ะว่าท่านรวยล้นฟ้า แต่ท่านก็ไม่ควรดูถูกความรับผิดชอบของคนอื่นนะคะ ถึงหนูจะจน แต่หนูก็มีปัญญาผ่อนใช้... หรือถ้าท่านจะกรุณาเห็นแก่เด็กตาดำๆ ที่ทำงานสุจริต ไม่ถือสาหาความเรื่องอุบัติเหตุ ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ!”
“!!!”
คนทั้งงานแทบหยุดหายใจ ไม่มีใครกล้ายอกย้อนท่านรัฐมนตรีธีรดนย์แบบนี้มาก่อน ยิ่งเป็นแค่พนักงานรายวันยิ่งแล้วใหญ่
ธีรดนย์ชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาวาววับขึ้นอย่างถูกใจ... ดุเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อๆ น่าจับมาตีก้นสั่งสอนชะมัด
“ปากเก่ง...”
“ข้าวหอม! เป็นอะไรไหม!”
ยังไม่ทันที่ธีรดนย์จะพูดจบ เสียงทุ้มร้อนรนก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทสีครีมที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวางกลางระหว่างทั้งสองคน
‘ชานนท์’ หรือ ‘พี่นนท์’ เจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้ และเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนที่แอบชอบต้นหอมอยู่ เขาไม่สนใจสายตาใคร รีบเอาตัวเข้ามาบังร่างอวบอิ่มที่เปียกปอนของต้นหอมไว้ราวกับจงอางหวงไข่
“กราบขออภัยครับท่าน! ท่านเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” ชานนท์ยกมือไหว้ธีรดนย์ด้วยความนอบน้อม แต่สายตายังคอยชำเลืองมองรุ่นน้องด้านหลังด้วยความเป็นห่วง “เด็กคนนี้เป็นรุ่นน้องผมเองครับ แกเพิ่งมาช่วยงานวันแรก อาจจะซุ่มซ่ามไปหน่อย ผมต้องขอโทษแทนแกด้วยจริงๆ ครับ”
ธีรดนย์มองภาพชายหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนบังร่าง ‘ว่าที่เหยื่อ’ ของเขาเอาไว้มิดด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้แว่นสายตากรอบทอง แววตาที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา...
เขาเกลียด... เกลียดสายตาเป็นห่วงเป็นใยที่ไอ้หนุ่มหน้าจืดนี่มอง เด็กของเขา ใช่... เขาเพิ่งตีตราจองยัยเด็กอ้วนคนนี้ในใจเมื่อกี้ แล้วหมอนี่เป็นใครถึงกล้ามาเสนอหน้า?
ไวเท่าความคิด ธีรดนย์ฉีกยิ้มกว้าง รอยยิ้มอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ใจดีที่ใช้หาเสียงมาตลอดชีวิตถูกหยิบมาสวมทับใบหน้าบึ้งตึงทันที ราวกับเปลี่ยนหน้ากาก
“อ้อ... คุณชานนท์นั่นเอง” ธีรดนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เปี่ยมเมตตา ผิดกับเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว “ผมไม่เป็นไรหรอกครับ แค่อุบัติเหตุเล็กน้อย คนกันเองทั้งนั้น อย่าดุน้องเขาเลยครับ ดูสิ... ตัวสั่นหมดแล้ว น่าสงสารออก”
เขาเอื้อมมือไปตบไหล่ชานนท์เบาๆ แต่สายตาจ้องทะลุไปที่ต้นหอมที่แอบมองอยู่ด้านหลัง ส่งยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้สาวๆ ในงานใจละลาย แต่สำหรับต้นหอม... เธอกลับรู้สึกหนาวสันหลังวาบ ‘ตอแหล...’ ต้นหอมด่าในใจ เมื่อกี้ยังทำท่าจะกินเลือดกินเนื้ออยู่เลย พอเจ้าของโรงแรมมา เปลี่ยนสีไวยิ่งกว่ากิ้งก่า!
“ขอบพระคุณครับท่าน ท่านเมตตามากจริงๆ” ชานนท์ถอนหายใจโล่งอก “ส่วนเรื่องชุดและค่าเสียหายอื่นๆ ผมยินดีรับผิดชอบทั้งหมดครับ เดี๋ยวผมจะรีบให้เลขาฯ จัดการหาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ท่านเดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่เป็นไรๆ เกรงใจแย่” ธีรดนย์โบกมือปฏิเสธอย่างใจป้ำ “ผมจองห้องสวีทด้านบนไว้พักผ่อนอยู่แล้ว มีชุดสำรองอยู่ครับ... แต่ว่า...”
ท่านรัฐมนตรีเว้นจังหวะนิดหนึ่ง แสร้งทำหน้าลำบากใจ พลางขยับแว่นตาที่เริ่มเป็นฝ้า
“ผู้ช่วยของผมเพิ่งออกไปทำธุระข้างนอกพอดี ผมคงไม่สะดวกถ้าต้องกลับขึ้นไปจัดการตัวเองคนเดียว... มือผมดูเหมือนจะเคล็ดนิดหน่อยด้วยสิ” เขาแกล้งยกข้อมือที่ปกติดีขึ้นมาหมุนๆ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้อย่างแนบเนียน
“ถ้าไม่รังเกียจ ให้พนักงานของคุณช่วยขึ้นไปส่งผม และช่วยจัดการธุระเล็กๆ น้อยๆ ให้หน่อยจะได้ไหมครับ?”
“ได้สิครับ! เดี๋ยวผมจะให้หัวหน้าแม่บ้าน...”
“ให้น้องคนนี้ไปก็ได้ครับ”
ธีรดนย์พูดแทรกขึ้นมาทันที นิ้วเรียวยาวชี้ผ่านไหล่ชานนท์ไปที่ต้นหอม ยิ้มมุมปากนิดๆ ที่ดูไม่ออกว่าร้ายหรือดี
“น้องเขาเป็นคนทำเลอะ ให้เขาได้ไถ่โทษนิดๆ หน่อยๆ เขาจะได้สบายใจ... จริงไหมครับคุณชานนท์? อีกอย่าง ผมอยากจะอบรมมารยาทน้องเขาเป็นการส่วนตัวนิดหน่อยด้วย เผื่อวันหลังไปทำกาแฟหกใส่ท่านนายกฯ จะยุ่งเอา”
คำพูดที่ดูเหมือนหวังดีแต่แฝงคำสั่งอันเด็ดขาด ทำให้ชานนท์หน้าเจื่อน เขาลังเลเล็กน้อย หันไปมองต้นหอม “ต้นหอม... ไหวไหมเรา? แค่พาไปส่งท่านที่ห้องสวีท 1805 แล้วรอรับชุดมาส่งซักแห้งนะ ไม่ต้องทำอะไรมากกว่านั้น เดี๋ยวพี่ตามขึ้นไปรับ”
ต้นหอมมองรอยยิ้มเคลือบยาพิษของคนแก่วัย 45 ตรงหน้า เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่ง ถ้าเธอปฏิเสธ พี่นนท์อาจจะเดือดร้อน และเธอก็ไม่อยากให้รุ่นพี่ที่แสนดีต้องมารับหน้าแทนเธอไปมากกว่านี้
“ไหวค่ะพี่นนท์... เดี๋ยวหอมไปเอง” เธอรับคำเสียงเบา แม้ในใจจะตะโกนว่า ไม่อยากไปโว้ยยย
“ดีมากครับหนู...” ธีรดนย์ยิ้มกว้างขึ้น แววตาหลังเลนส์แว่นเป็นประกายวาววับเหมือนหมาป่าที่เห็นลูกแกะเดินเข้ากรง “เชิญครับ... หนูต้นหอม”
เขาเน้นชื่อเล่นเธอเสียงหนักแน่น ก่อนจะเดินนำลิ่วไปที่ลิฟต์ ทิ้งให้ต้นหอมต้องจำใจเดินก้มหน้าตามหลังไป โดยมีชานนท์มองตามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจในบารมีของ ‘ผู้ใหญ่’
ภายในลิฟต์แก้วส่วนตัวที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
ทันทีที่ประตูปิดลงและเหลือกันแค่สองคน รอยยิ้มใจดีของท่านรัฐมนตรีก็หายวับไปทันที ธีรดนย์ถอดแว่นตาออกมาเช็ดคราบแชมเปญด้วยผ้าเช็ดหน้า ใบหน้าตอนถอดแว่นดูดุดันและอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า
“ทีกับไอ้หน้าจืดนั่น ทำหน้าตาออเซาะ...” ธีรดนย์เปรยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงเย็นชาบาดลึก “พออยู่กับฉัน ทำหน้าเหมือนจะไปงานศพ”
ต้นหอมสะดุ้งโหยง เงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรังสีอำนาจ “เขาเป็นรุ่นพี่ที่เคารพค่ะ ไม่ใช่ตาแก่อารมณ์แปรปรวนแบบท่าน!”
เธอเผลอหลุดปากออกไปเพราะความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบตะครุบปากตัวเอง... ตายแล้วไอ้หอม ปากพาซวยอีกแล้ว!
ธีรดนย์หันขวับมามอง จ้องเขม็งจนต้นหอมต้องถอยไปชิดผนังลิฟต์ด้านในสุด ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้ามาประชิดตัว ใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังดักทางเธอไว้กักขังร่างอวบอิ่มไว้ในอาณัติ
กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาปะทะจมูก ต้นหอมใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อใบหน้าหล่อเหลาที่มีไรหนวดจางๆ ยื่นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
“เมื่อกี้... เรียกฉันว่าอะไรนะ?” เสียงทุ้มต่ำถามชิดริมฝีปากบาง
“ตะ... ตาแก่... เอ้ย ท่านรัฐมนตรีค่ะ!” ต้นหอมแก้ตัวลิ้นพันกัน หน้าร้อนผ่าวเพราะลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่เป่ารด
“หึ... ปากเก่งนักนะเรา” เขาก้มลงกระซิบข้างหู ริมฝีปากหยักได้รูปเฉียดแก้มป่องๆ ของเธอไปนิดเดียว “รู้ไหมว่าตาแก่คนนี้... เวลาหิวขึ้นมา มันดุกว่าเสืออีกนะ”
สายตาคมกริบกวาดมองเนินอกขาวๆ ที่อยู่ตรงหน้าระดับสายตาอย่างจาบจ้วง ไม่มีการปิดบังความต้องการอีกต่อไป ชุดที่เปียกชื้นทำให้เห็นร่องรอยความเยาว์วัยที่น่าสัมผัส
“เดี๋ยวขึ้นไปถึงห้อง... ฉันจะสอนให้รู้ว่า ‘โคแก่’ เวลาเคี้ยวหญ้าอ่อน... มันอร่อยและ ‘ถึงใจ’ แค่ไหน เตรียมตัวชดใช้ค่าเสียหายด้วยร่างกายของเธอได้เลย... ยัยลูกหมู”
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 18 พอดี ธีรดนย์ผละออก ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วสวมแว่นตากลับเข้าไป ปรับสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าออกจากลิฟต์ไปอย่างสง่างาม
ทิ้งให้ต้นหอมยืนขาสั่นพิงผนังลิฟต์ ยกมือทาบอกด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไม่ใช่แค่เพราะความกลัว... แต่มันมีบางอย่างที่อันตรายกว่านั้นกำลังก่อตัวขึ้น
...ตาลุงบ้านี่มันโรคจิตชัดๆ! แล้วเธอจะรอดเงื้อมมือเขาไปได้ยังไง!
บทล่าสุด
#29 บทที่ 29 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#28 บทที่ 28 ของขวัญล้ำค่าจากยัยลูกหมู [END]
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#27 บทที่ 27 เข่าที่มีปัญหา
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#26 บทที่ 26 วิกฤตวัยทองของป๋าขี้น้อยใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#25 บทที่ 25 นายหญิงฝึกหัด
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#24 บทที่ 24 วิมานรักหลังใหม่กับแผนการ (ผลิต) ลูกหมู
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#23 บทที่ 23 คำขอโทษและคลื่นสวาท 🔞
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#22 บทที่ 22 สะใภ้แดนใต้กับเขยเมืองกรุง
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#21 บทที่ 21 เซอร์ไพรส์รักฉบับรัฐมนตรีคลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#20 บทที่ 20 สัญญาใจทางไกล
อัปเดตล่าสุด: 8/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รักระรินใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













